วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หน่วยที่ 5 การกำหนดค่าไบออสและการแบ่งพาร์ติชัน

สาระสำคัญ

         หลังจากการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก่อนทำการติดตั้งโปรแกรม คือ การกำหนดค่าในไบออส (BIOS) โดยปรับแต่งให้เหมาะสมกับฮาร์ดแวร์ที่ติดตั้งบนแผ่นเมนบอร์ด เพื่อให้เครื่องทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ หลังจากนั้นก็จะดำเนินการแบ่งฮาร์ดดสก์ออกเป็นส่วย่อยๆ เรียกว่าพาร์ติชัน (Partition) เพื่อให้เหมาะสมต่อการใช้งาน

เรื่องที่จะศึกษา

  • ความหมายของไบออส
  • การตั้งค่าในไบออส
  • รายละเอียดของเมนูต่างๆ
  • การปรับปรุงไบออส
  • การแบ่งพาร์ติชันด้วย FDISK

จุดประสงค์การเรียนรู้

      1. อธิบายความหมายและความสำคัญของไบออสได้
      2. บอกวิธีในการตตั้งค่าในไบออสได้
      3. บอกรายละเอียดของเมนูต่างๆ ในไบออสได้
      4. บอกขั้นตอนวิธีในการปรับปรุงไบออสได้
      5. สามารถตั้งค่าในไบออส และแบ่งพาร์ติชันด้วย FDISKได้

การ Set BIOS เบื้องต้น
ในส่วนของการ Set BIOS ผมจะสอนแบบเบื้องต้นเพื่อให้Setค่าต่างๆเป็น เพื่อใช้ในการติดตั้ง windows ทั้ง XP และ Vista นะครับ

วิธีการ Set BIOS ก็มีดังนี้
 หลังจากเปิดเครื่องให้เราทำการกดปุ่ม  F2 (เครื่องผมเป็น NB ของ ASUS ถ้าเป็นยี่ห้ออื่น อาจจะเป็นปุ่มอื่นนะครับเช่น F8,F10)หรือ Del สำหรับ PC ประกอบทั่วไป ก็จะได้หน้าตา BIOS  ดังรูปครับ(อาจจะไม่เหมือนกันทั้งหมดนะครับเพราะแต่ละรุ่นจะแตกต่างกันออกไป ให้เอาไว้เป็นแนวทางสำหรับคนที่ใช้รุ่นอื่นอยู่นะครับ)

  • ส่วนต่างๆของBios ก็จะมี Main, Advanced, Display, Security, Power, Boot, Exit (ใช้ Key ลูกศรเลื่อนซ้าย ขวา ครับ)
  • Main จะใช้ดูspecเครื่องของเราและใช้ในการปรับแต่งวันที่ เวลาครับ
  • Advanced ที่สำคัญจะอยู่ที่ IDE Configuration เพราะใช้เลือกเพื่อการติดตั้ง XP ครับ




  • Enter ที่ IDE Configuration จะได้ดังรูปครับ ถ้าจะติดตั้ง XP ต้องเปลี่ยนจาก Enhanced เป็น Compatible ครับ
  •  Security เป็นส่วนในความปลอดภัยครับ แต่ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่น่าจะตั้งนะครับเพราะถ้าจำไม่ได้จะต้องรื้อเครื่องเลยนะครับ
  • Boot ตรงนี้เป็นส่วนที่สำคัญอีกจุดหนึ่ง เพราะใช้ในการตั้ง Boot จากแผ่น CD,DVD เพื่อใช้ในการติดตั้ง Windows นะครับ
  • ให้เลือกตรง Boot Device Priority ครับ จะได้ดังรูป ถ้าต้องการให้ Boot CD/DVD ก็ให้ Enter ที่ 1st Boot Devicec แล้วเลือก CD/DVD ครับ
  • Exit เป็นส่วนของการออกจาก Bios ครับให้เลือก Save Changes and Exit ครับ แต่ช่างส่วนใหญ่จะกดปุ่ม F10 กันจะได้ดังรูปข้างล่างครับ
  •  การSet Bios ที่สำคัญๆ ก็จะมีประมาณนี้นะครับ หวังว่าน่าจะทำกันได้นะครับ ขอบคุณที่เข้ามาศึกษาหาความรู้ครับ

 วิธีการแบ่งพาร์ทิชั่น

    1. ขั้นแรก ต้องสร้างพาร์ติชั่นที่เป็น Primary DOS Partition ก่อน โดยถ้าหากจะแบ่งเป็นไดร์ฟเดียว ก็เลือกตรงนี้ให้มี
        ขนาดเป็น 100% ได้เลย แต่ถ้าหากต้องการแบ่งให้เป็นหลาย ๆ ไดร์ฟ ก็กำหนดขนาดไปตามต้องการ
    2. ต่อไป ต้องสร้าง Extended DOS Partition โดยกำหนดขนาดให้เท่ากับพื้นที่ ที่เหลือจากข้อ 1. ครับ ตรงนี้จะยัง
        ไม่ใช่ไดร์ฟหรือพาร์ทิชั่นตัวที่สอง แต่จะเป็นการกำหนดพื้นที่สำหรับ พาร์ทิชั่นตัวที่สองหรือตัวถัดไปเท่านั้น
    3. ทำการสร้าง Logical DOS Drive(s) ขึ้นมาอีกครั้ง (ซึ่งจะใช้พื้นที่ของ Extend DOS Partition ที่ได้สร้างไว้แล้ว) โดยตรงนี้จะกำหนดขนาดของพาร์ติชั่นที่ต้องการสำหรับไดร์ฟถัดไป เช่นอาจจะกำหนด ให้ใช้พื้นที่ที่เหลือยู่ทั้งหมด เป็นอีกไดร์ฟหนึ่ง ก็เลือกขนาดเป็น 100% แต่ถ้าหากต้องการแบ่งย่อยขนาดลงไป ก็ต้องสร้าง Logical  DOS Drive(s) ให้มีขนาดย่อย ๆ ตามต้องการ

       ยกตัวอย่างเช่น สมมติว่าฮาร์ดดิสก์ขนาด 20G. ต้องการแบ่งเป็น 3 พาร์ติชั่น โดยมีขนาดเป็น 5+5+10 จากข้อ 1. 
   ก็ต้องสร้าง Primary DOS Partition ขึ้นมาขนาด 5 G ก่อน แล้วค่อยสร้าง Extended DOS Partition ขนาด 15 G
   ที่เหลือ จากนั้นค่อยทำการสร้างเป็น Logical DOS Drive(s) โดยกำหนดให้มีขนาด 5G. และ 10G. ตามลำดับครับ

        การใช้คำสั่ง Fdisk นั้นเป็นคำสั่งที่มาจากแผ่น Startup disk เราสามารถสร้างได้ Windows 98 จากนั้นเราทำการใส่แผ่นไปที่ไดร์ฟ A: พร้อมเปิดเครื่อง ๆ จะทำการอ่านแผ่นแล้วเข้าไปที่ A:\ เราก็ทำการพิมพ์คำสั่ง Fdisk ลงไปจากนั้นทำการกดปุ่ม Enter เมื่อ Enter เข้าไปแล้วจะปรากฎดังรูป


  • ขั้นตอนนี้เครื่องจะให้เราตอบ Y/N ถ้าตอบ Y หมายถึง จะใช้กับฮาร์ดดิสก์ที่มีเนื้อที่มากกว่า 512 MB ซึ่งก็เท่ากับทำ
  • เป็นแบบ FAT 32 แต่ถ้าตอบ N จะเป็นการสร้างพาร์ทิชั่นแบบ FAT 16 ในขั้นตอนนี้ให้ตอบ Y

  • เมื่อเราทำการตอบ Y จะปรากฎหน้าจอของ Fdisk Options ซึ่งเป็นการแสดงเมนูหลักประกอบไปด้วย 4 หัวข้อ แต่
  • ถ้าเรามีการต่อฮาร์ดดิสก์เพิ่มอีกตัวเป็น หน้าจอก็จะมี 5 หัวข้อ ซึ่งหัวข้อที่ 5 ก็คือให้เราเลือกได้ว่าจะทำไดร์ฟไหนนั้นเอง ขั้น
  • ตอนนี้ให้เลือกหัวข้อที่ 4 เพื่อดูเนื้อที่และจำนวนไดร์ฟว่ามีการแบ่งพาร์ทิชั่นไว้กี่ไดร์ฟ

  • จากรูปในเมื่อเราเลือกหัวข้อที่ 4 ก็จะแสดงรายละเอียดของฮาร์ดดิสว่ามีรูปแบบการใช้งานต่าง ๆ และรูปแบบการแบ่ง
  • พาร์ทิชั่น แต่รูปในที่นี้เป็นการแสดงผลของฮาร์ดดิสที่ยังไม่ได้มีการแบ่งพาร์ทิชั่นจีงไม่มีข้อมูลให้เราเห็น เมื่อเราทำการดู
  • รายละเอียดของฮาร์ดดิสแล้วให้กดปุ่ม ESC เพื่อกลับเมนูหลัก

  • เมื่อเรากดปุ่ม ESC ก็จะแสดงหน้าเมนูหลักอีกครั้ง ต่อไปให้เรากดเลือกเมนูที่ 3 เพื่อเข้าสู่หน้าเมนูการลบพาร์ทิชั่น




  • จากการเลือกเมนู 3 จะเข้าสู่หน้าจอการลบพาร์ทิชั่น ซึ่งประกอบไปด้วย 4 หัวข้อ ความหมายมีดังนี้

              - Primary DOS Partition เป็นพาร์ติชันหลักของฮาร์ดดิสก์
              - Extended DOS Partition เป็นพาร์ติชันถัดไปของฮาร์ดดิวก์
              - Logical DOS Drive(s) จะเป็นการกำหนดขนาดต่าง ๆ ที่อยู่ใน Extended DOS Partition อีกที ซึ่ง
                สามารถกำหนดการสร้างได้หลาย ๆ Drive ตามต้องการ
              - Non-DOS Partition เป็นพาร์ติขันในระบบอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ระบบของ DOS

           ในการลบพาร์ทิชั่นนั้นเราต้องลบห้องในสุดก่อนแล้วไล่ลำดับกันจนถึงห้องใหญ่สุด ในความหมายก็คือ ก่อนอื่นเราต้อง
   ทำการลบจาก Logical DOS Drive ก่อนต่อมาลบที่ Extended Dos Partition และสุดท้ายทำการลบที่ Primary
   Dos Partition ตามลำดับจนหมด



  • เมื่อเราทำการลบพาร์ทิชั่นข้อมูลที่มีอยู่จะหายไปจึงมีคำถามว่าพาร์ทิชั่นที่จะลบคือพาร์ทิชั่นที่เท่าไร และถามว่าพาร์ทิชั่นชื่อว่าอะไร พร้อมทั้งให้เรายืนยันว่าจะลบหรือไม่ ขั้นตอนนี้เราต้องระวังและแน่ใจว่าจะทำการลบพาร์ทิชั่นจริง ๆ ถ้าไม่แน่ใจให้ตอบ N ไปก่อน แต่ในที่ให้ตอบ Y เพื่อว่าต้องการลง




  • หน้าจอเมนูการสร้างพาร์ทิชั่น (เลือกเมนู 1 จากหน้าหลัก) หน้าจอจะประกอบไปด้วยเมนูทั้งหมด 3 เมนู การสร้างการสร้างพาร์ทิชั่นจะใช้วิธีคล้ายกับการลบพาร์ทิชั่นเพียงแต่จะกลับกันตรงที่การ Create พาร์ทิชั่นจะทำการสร้างจากจากพาร์ทิชั่นใหญ่ก่อน คือ 1. Create Primary DOS Partition ก่อน 2. Create Extemded DOS Partition และสุดท้ายสร้าง Create Logical DOS Drive





  • เมื่อเริ่มขั้นการ Create Primary DOS Partition จะมีคำถามว่าพาร์ทิชั่นที่ต้องการสร้างจะใช้พื้นที่ทั้งหมดของ ฮาร์ดดิสหรือเปล่าถ้าต้องการให้ตอบ Y และไม่ต้องการเพื่อที่จะกำหนดพื้นที่เองก็ตอบ N ในที่นี้ให้ตอบ N แล้วกดปุ่ม Enter เพื่อเราจะกำหนดพื้นที่เองให้มีไดรฟ์ C: และ D:





  • จากขั้นตอนที่แล้วเราจะกำหนดให้ไดรฟ์ C: มีขนาดเป็น 70% เราก็ใส่ 70% ไปช่องที่ถามว่าจะกำหนดเป็นขนาดหรือเปอร์เซ็นต์เท่าไร แล้วกดปุ่ม Enter






  • จากนั้นกำหนดพาร์ทิชั่นที่เหลือ คือ Extended DOS Partition โดยเลือกเมนูที่ 2. Careate Extended DOS Partition จากหน้าเมนู Careate Partition (กลับสู่หน้าจอปุ่ม ESC) ซึ่งกำหนดเป็น 30% ของที่เหลืออยู่แล้ว จากนั้นกดปุ่ม Enter





  •  เมื่อเราสร้าง Extended DOS Partition แล้วจะปรากฎหน้าจอดังรูป



  • ในส่วนของ Logical Drive จะเป็นการสร้างขึ้นภายในของ Extended DOS Partition อีกที ซึ่งการกำหนด ขนาดของพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ ก็กำหนดขนาดตามต้องการ หรือถ้าต้องการแบ่งในส่วนของ Extended DOS Partition ออกเป็นหลาย ๆ Drive ก็สามารถทำการกำหนดแบ่งได้จากส่วนของ Logical Drive นี้



  •  เมื่อกำหนด Logical Drive เสร็จแล้วเราก็กดปุ่ม ESC เพื่อกลับสู่เมนูหลักดังรูปด้านบน ในขั้นตอนนี้จะมีการแจ้ง ว่าเรายังไม่ได้ทำการ Set Partition ที่จะเป็นตัว Boot ให้เราทำการเลือกเมนูที่ 2. Set active partition แล้วกดปุ่ม Enter



  • เมื่อเราเลือกเมนูที่ 2 เพื่อเข้ามา Set Partition ที่จะเป็นตัว Boot จะเห็นหน้าจอ Set Active Partition ให้เรากดปุ่มคีย์บอร์ดเลขเพื่อให้ Primary Partition Dos เป็นตัว Boot เครื่อง แล้วกดปุ่ม Enter และให้กดปุ่ม ESC เพื่อสู่หน้าเมนูหลัก



  • จากขั้นตอนที่แล้วเมื่อเรากดปุ่ม ESC เพื่อกลับสู่เมนูหลักให้เรากดเลือกหัวข้อที่ 4. Display Partition Imformation จะปรากฎรายละิเีอียดของจำนวนพาร์ทิชั่น พาร์ทิชั่นที่เราทำการ Set ให้เป็นตัว Boot (Active Partition) และขนาดพื้นที่ทั้งหมดของฮาร์ดดิส


  • หลังจากที่ทำการกำหนดและแบ่ง Partition ต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อออกจากโปรแกรม FDISK จะมีข้อความเตือนว่าให้ทำการ Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ก่อน การจัดพาร์ติชันต่าง ๆ จึงจะมีผลและทำการ format ฮาร์ดดิส
  •  การแบ่งพาร์ทิชั่นปกติแล้วไม่จำเป็นต้องทำทุกครั้งไปจะทำต่อเมื่อเราซื้อฮาร์ดดิสมาใหม่ หรือต้องการเคียร์ข้อมูลในฮาร์ดดิสจริง ๆ หรือไม่ก็มีไวรัสเข้ามารบกวน และท่านผู้ควรจำไว้เสมอว่าการ Fdisk จะทำให้ข้อมูลที่มีอยู่ในฮาร์ดดิสนั้นถือล้างไปหมด ควรระมัดระวังในทุก ๆ ขั้นตอน หรือไม่ก็ทำการ Save ข้อมูลไปพักไว้ที่อื่นก่อนจะลงมือทำนะครับ


แบบฝึกหัดหน่วยที่ 5



1. คำว่า Bios ย่อมาจากคำว่า
 ก. Basic Input/Output System
 ข. Boot setting configuration
 ค. Binary off tion
 ง. ไม่มีข้อถูก

2. ไบออส มีการส่วนการทำงานกี่ส่วน
  ก. 1
  ข. 2
  ค. 3
  ง. 4

3. ไบออสทำหน้าที่อะไร
 ก. เก็บข้อมูลต่างๆ
 ข. ตรวจสอบด้าน software
 ค.ประมวลผล
 ง. ตรวจสอบความพร้อมต่างๆ ทางด้านฮาร์ตแวร์

4. เครื่องทั่วไป การเข้าตั้งค่าไบออส ควรกดแป้นใด
 ก. กด enter
 ข. กด F1 ซํ้าๆ
 ค. กด Esc
 ง. กด Shift

5. กรณีคอมพิวเตอร์ IBM จะเข้าตั้งค้่าไบออส ควรกดแป้นใด
  ก.กด ESC
  ข.กด F1 ซํ้าๆ
  ค. กด  F12
  ง. กด  F8 ซํ้าๆ

6. การ set Bios ควรทำเมื่อใด
  ก. ขณะเครื่องสแตนช์บาย
 ข. หลังจากเปิดเครื่องไม่เกิน 3 วินาที
 ค. ขณะใช้งานอยู่
 ง. ขณะเครื่องอยู่ในโหมด hibernate

7. ความหมายของ system date คือข้อใด
  ก.ไม่มีข้อถูก
  ข.  ใช้ในการปรับแต่งค่าวันที่ของเครื่อง
  ค. ใช้ในการปรับแต่งเวลาของระบบเครื่อง
  ง. ใช่ตั้งค่าขนาดของดิสก์ไดร์

8. ความหมายของการแบ่งพาร์ติชัน คือข้อใด
  ก. แบ่งหน้าที่การทำงานของไดร์ฟ
  ข. แบ่งพื้นที่ไดร์ฟเพื่อเก็บข้อมูล
  ค.แบ่งพื้นที่เพื่อลง วินโดว์ และเก็บข้อมูล
  ง.ถูกทั้ง ก และ ค

9. ระบบปฎิบัตรการ Linux ใช้ระบบโครงสร้างไพล์แบบใด
 ก. แบบ FAT16
 ข.แบบ FAT32
 ค. แบบ EXT3
 ง. แบบ NTFS

10. เมนู Boot จะมีรายการให้เลือกกี่รายการ
  ก. 1
  ข. 2
  ค. 3
  ง. 4

11. การปรับเปลี่ยนแก้ไขหรือปรับปรุงไบออสหรือเรียกอีกอย่างว่า
  ก. ไม่มีข้อถูก
 ข. flash Rom
 ค. Set Bios
 ง. Update Bios
12. โครงสร้างไพล์แบบใดที่มีการเข้ารหัส ไพล์เพือความปลอดภัยของมูล
  ก. NTFS
  ข. EXT3
  ค. FAT32
  ง. FAT16

13. โปรแกรมพื้นฐานที่ใช้ในการแบ่งพาร์ติชัน คือข้อใด?
 ก. Partition wizard Home Edition
ข. auto cad
ค. smartDrfras
 ง. FDISK

14. ส่วนที่ใช้เก็บค่าการติดตั้งของ Bios จะเก็บไว้ในส่วนใด
  ก. CMOS RAM
 ข. CD-ROM
 ค. ไม่มีข้อถูก
 ง. DDR RAM

15. โครงสร้างไพล์แบบ NTFS ส่วนใหญ่ใช้ในระบบปฎิบัตรการใด
 ก. Windows Server
 ข. Liux
 ค.Windows
 ง. IOS



















หน่วยที่ 6 การติดตั้งระบบปฏิบัติการและการลงไดรเวอร์

สาระสำคัญ

          ระบบปฏิบัติการเป็นซอฟต์แวร์ตัวแรกที่ต้องติดตั้งลงในฮาร์ดดิสก์เพื่อให้ผู้ใช้สามารถติดต่อกับเครื่องและลงโปรแกรมใช้งานอื่นๆ ได้ หลังจากนั้นจะเป็นการลงซอฟต์แวร์ที่เป็นเชื่อมต่อ ระหว่างฮาร์ดแวร์ของเครื่องกับระบบปฏิบัติการซึ่งเรียกว่าไดร์ฟเวอร์เพื่อให้ระบบปฏิบัติการรู้จักกับฮาร์ดแวร์และสามารถสั่งงานฮาร์ดแวร์นั้นได้

เรื่องที่ศึกษา

  • ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ
  • การติดตั้งระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP
  • ขั้นตอนการติดตั้งวินโดวส์ XP
  • การปรับแต่งวินโดวส์ XP ภายหลังการติดตั้ง
  • การติดตั้งดีไวซ์ไดรเวอร์

จุดประสงค์การเรียนรู้

   1. บอกความสำคัญของระบบปฎิบัติการและชื่อของระบบปฎิบัติการต่างๆได้
   2. การติดตั้งระบบบอกลักษณะปฏิบัติการวินโดวส์ XP ได้
   3. สามารถติดตั้งวินโดวส์ XP ได้
   4. สามารถปรับแต่งวินโดวส์ XP ภายหลังการติดตั้งได้
   5. สามารถติดตั้งไดรเวอร์ของฮาร์ดแวร์ภานในเครื่องได้
  

ขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้น การติดตั้ง Windows XP 

             เริ่มต้น โดยการเซ็ตให้บูตเครื่องจาก CD-Rom Drive ก่อน โดยการเข้าไปปรับตั้งค่าใน bios ของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเลือกลำดับการบูต ให้เลือก CD-Rom Drive เป็นตัวแรกครับ (ถ้าหากเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องเปลี่ยนอะไร)

ทำการปรับเครื่อง เพื่อให้บูตจาก CD-Rom ก่อน จากนั้นก็บูตเครื่องจากแผ่นซีดี Windows XP Setup โดยเมื่อบูตเครื่องมา จะมีข้อความให้กดปุ่มอะไรก็ได้ เพื่อบูตจากซีดีครับ ก็เคาะ Enter ไปทีนึงก่อน

โปรแกรมจะทำการตรวจสอบและเช็คข้อมูลอยู่พักนึง รอจนขึ้นหน้าจอถัดไปครับ

เข้ามาสู่หน้า Welcome to Setup กดปุ่ม Enter เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

หน้าของ Licensing Agreement กดปุ่ม F8 เพื่อทำการติดตั้งต่อไป



ทำการเลือก Drive ของฮาร์ดดิสก์ที่จะลง Windows XP แล้วกดปุ่ม Enter เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

เลือกชนิดของระบบ FAT ที่จะใช้งานกับ Windows XP หากต้องการใช้ระบบ NTFS ก็เลือกที่ข้อบน แต่ถ้าจะใช้เป็น FAT32 หรือของเดิม ก็เลือกข้อสุดท้ายได้เลย (no changes) ถ้าไม่อยากวุ่นวาย แนะนำให้เลือก FAT32 นะครับ แล้วกดปุ่ม Enter เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

โปรแกรมจะเริ่มต้นขั้นตอนการติดตั้ง รอสักครู่ครับ



หลังจากนั้น โปรแกรมจะทำการ Restart เครื่องใหม่อีกครั้ง (ให้ใส่แผ่นซีดีไว้ในเครื่องแบบนั้น แต่ไม่ต้องกดปุ่มใด ๆ เมื่อบูตเครื่องใหม่ ปล่อยให้โปรแกรมทำงานไปเองได้เลยครับ)

หลังจากบูตเครื่องมาคราวนี้ จะเริ่มเห็นหน้าตาของ Windows XP แล้วครับ รอสักครู่



โปรแกรมจะเริ่มต้นขั้นตอนการติดตั้งต่าง ๆ ก็รอไปเรื่อย ๆ ครับ



จะมีเมนูของการให้เลือก Regional and Language ให้กดปุ่ม Next ไปเลยครับ ยังไม่ต้องตั้งค่าอะไรในช่วงนี้



ใส่ชื่อและบริษัทของผู้ใช้งาน ใส่เป็นอะไรก็ได้ แล้วกดปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป



ทำการใส่ Product Key (จะมีในด้านหลังของแผ่นซีดี) แล้วกดปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
หน้าจอให้ใส่ Password ของ Admin ให้ปล่อยว่าง ๆ ไว้แบบนี้แล้วกดปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป



เลือก Time Zone ให้เป็นของไทย (GMT+07:00) Bangkok, Hanoi, Jakarta แล้วกดปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

รอครับ รอ รอ รอสักพัก จนกระทั่งขั้นตอนต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อย ก็พร้อมแล้วสำหรับการเข้าสู่ระบบปฏิบัติการ Windows XP ครับ จากนั้น จะมีการบูตเครื่องใหม่อีกครั้ง เพื่อเริ่มต้นการใช้งานจริง ๆ



บูตเครื่องใหม่คราวนี้ อาจจะมีเมนูแปลก ๆ แบบนี้ เป็นการเลือกว่า เราจะบูตจากระบบ Windows ตัวเก่าหรือจาก Windows XP ครับ ก็เลือกที่ Microsoft Windows XP Professional ครับ ถ้าของใครไม่มีเมนูนี้ก็ไม่เป็นไรนะครับ


เริ่มต้นบูตเครื่อง เข้าสู่ระบบปฏิบัติการ Windows XP แล้วครับ


ในครั้งแรก อาจจะมีการถามเรื่องของขนาดหน้าจอที่ใช้งาน กด OK เพื่อให้ระบบตั้งขนาดหน้าจอให้เราได้เลยครับ นอกจากนี้ ถ้าหากเครื่องไหนมีการถาม การติดตั้งค่าต่าง ๆ ก็กดเลือกที่ Next หรือ Later ไปก่อน บางครั้งอาจจะมีให้เราทำการสร้าง Username อย่างน้อย 1 ฃื่อก่อนเข้าใช้งาน ก็ใส่ชื่อของคุณเข้าไปได้เลย

เสร็จแล้วครับ หน้าตาของการเข้า Windows XP สวยดีครับ




และนี่คือหน้าตาแรก ของระบบปฏิบัติการ Windows XP Professional ครับ ต่อไปก็เป็นการปรับแต่ง และการลง Driver ของอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เรียบร้อยต่อไป


การติดตั้งไดรเวอร์

การติดตั้ง Driver ให้กับอุปกรณ์ตาง ๆ ซึ่งหากเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่เป็นแบบรุ่นเก่า ๆ อาจจะไม่ต้องทำอะไรเลยเพราะว่า Windows จะจัดการกับ Driver ต่าง ๆ ให้เรียบร้อยแล้ว หรือที่เรียกกันว่า Plug and Play นั่นแหละ แต่ถ้าหากอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้งานเป็นรุ่นใหม่ ก็ต้องมามำการติดตั้ง Driver ของอุปกรณ์ต่าง ๆ เองเพื่อให้สามารถใช้งานอุปกรณ์เหล่านั้นได้สมบูรณ์


Driver ของการ์ดจอ

โดยปกติแล้วหากการ์ดจอเป็นรุ่นใหม่ ๆ และ Windows ไม่รู้จัก จะสามารถแสดงผลได้แค่ระดับต่ำสุดคือ 16 สีที่ 640x480 จุด สำหรับตัวอย่างนี้ จะเป็นการ์ดจอ Creative Graphic riva TNT 16M (PCI) ซึ่งต้องลง Driver ของการ์ดจอเอง เริ่มต้นจากหน้าแรกที่ Desktop ของ Windows กดปุ่มเมาส์คลิกขวา เลือกเมนู Properties เพื่อเข้าสู่หน้าของ Display Properties จะขึ้นเมนูในส่วนของ Display Properties





กดเลือกที่ป้าย Setting ที่ช่อง Display จะเห็นว่าการ์ดแสดงผลจะเป็น Standard PCI Graphic Adapter (VGA) คือเป็นแบบมาตราฐานทั่วไป กรณีเช่นนี้ต้องทำการลง Driver ของการ์ดแสดงผลใหม่ก่อน กดเลือกที่ปุ่ม Advanced

เลือกที่ป้าย Adapter กดที่ Change เพื่อเปลี่ยน Driver ของการ์ดจอใหม่



กด Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

เลือกที่ Search for a better driver . . . กด Next

สำหรับช่องนี้จะให้ใส่ว่า Driver ที่เราต้องการลงเก็บไว้ที่ไหน ผมเลือกแต่เฉพาะ Specify a location เพื่อระบุ Folder ที่เก็บ Driver เอง กดที่ Browse เพื่อเลือก Folder



ถ้าหากมีการแสดงแบบนี้ขั้นมาเพราะว่า Windows จะทำการ Browse หรือหา Driver จาก Drive A: ก่อน ก็กด Cancel ไปเลย




เลือก Folder ที่เก็บ Driver ของการ์ดจอและกด OK

จะกลับมาหน้าแรก กด Next เพื่อติดตั้ง Driver ต่อไป




กด Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

รอจนเครื่องทำการติดตั้ง Driver เสร็จ กด Finish หลังจากนี้ เครื่องจะต้องทำการ Restart ใหม่ก่อน กด Yes เพื่อบูทเครื่องใหม่ หลังจากที่บูทเครื่องใหม่แล้วเราก็จะสามารถใช้งานการ์ดจอได้เต็มความสามารถ หรือจะทำการเปลี่ยนแปลงตั้งค่าของการแสดงผลใหม่โดยกด เมาส์ขวา ที่ Desktop และเลือก Properties เพื่อเข้าหน้าจอ Display Properties เลือกที่ป้าย Setting

หน้าจออาจจะไม่เหมือนกันนะครับ เอาเป็นว่าตั้งค่าของ colors ให้เป็น High color (16 bit) หรือขนาดอื่น ๆ ที่สามารถใช้งานได้สูงสุด ส่วนที่ช่อง Screen area ก็เลือกที่ 800 by 600 pixels กด Apply (อาจจะตั้งค่าจอเป็นอย่างอื่นก็ได้แล้วแต่ความชอบของแต่ละท่าน)




ในกรณีที่จอ ไม่สามารถแสดงผลตามที่ตั้งไว้ได้ บางครั้งอาจจะทำให้มองอะไรไม่เห็น หรือไม่รู้เรื่องเลย เมื่อทำการเปลี่ยนแปลงขนาดของหน้าจอ ให้รอ 15 วินาทีโดยไม่ต้องทำอะไร Windows จะตั้งค่ากลับมาเหมือนเดิม ซึ่งจะพบได้ในการใช้จอรุ่นเก่า ๆ และนำมาใช้กับการ์ดจอที่สามารถตั้งได้ละเอียดกว่า

Driver ของอุปกรณ์อื่น ๆ

สำหรับ Driver ของอุปกรณ์อื่น ๆ ในที่นี้ ขออธิบายแนวทางคร่าว ๆ ในการลง Driver ของอุปกรณ์ต่าง ๆ เริ่มจากกดที่ Mycomputer และเลือกที่ Control Panel และกดเลือกที่ Add New Hardware

จะได้เมนู Add New Hardware Wizard กด Next



ตรงนี้ หากเป็นเครื่องที่ Windows ไม่รู้จักอุปกรณ์ที่มีอยู่จะขึ้นรายการมาให้เลือก Update Driver ถ้าเป็นเช่นนั้นให้ทำการ Update Driver จนครบหรือจนกระทั่งไม่มีรายการอยู่ใน List นั้น ๆ ขั้นตอนการ Update Driver ก็ทำแบบเดียวกับการลง Driver ของการ์ดจอ แทบจะเรียกได้ว่าขั้นตอนการทำเหมือนกันเกือบทุกอย่าง แตกต่างกันก็เพียงแค่ Folder ที่จัดเก็บ Driver เท่านั้น

การตรวจสอบว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำงานได้ถูกต้องหรือไม่

ขั้นตอนสุดท้ายคือตรวจสอบว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำงานได้ถูกต้องคือให้เลือก Start >> Settings >> Control Panel



เลือก System เลือก Device Manager ดูว่ามีเครื่องหมายตกใจอยู่หน้าอุปกรณ์ใด ๆ หรือไม่



หากพบว่ามีเครื่องหมายตกใจอยู่หน้าอุปกรณ์ใด อาจจะแสดงว่ามีปัญหาของการลง Driver ผิดรุ่นหรือเกิดการไม่เข้ากันของระบบ หรือการชนกันของ IRQ แบบนี้ลองเข้าไปดูในรายละเอียดต่าง ๆ ก่อนอาจจะสามารถแก้ไขได้แต่ถ้าไม่สามารถแก้ไขได้ ก็คงต้องให้ผู้ชำนาญงานมาช่วยดูซะแล้ว ถ้าหากไม่มีเครื่องหมายตกใจอยู่เลยและเครื่องของคุณสามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง มีเสียงครบ ก็น่าจะถือว่าคุณสอบผ่านการติดตั้ง Windows 98 แล้ว



แบบฝึกหัดหน่วยที่ 6



1. ข้อใดคือความหมายและหน้าที่ของ windows
  ก. รับข้อมูลทางฮาร์ตแวร์
  ข. การจัดเก็บข้อมูลไว้ใน Rom
  ค. ระบบปฎิบัตรการควบคุมการทำงานต่างๆ ของคอมพิวเตอร์
  ง.ถูกทุกข้อ

2. ระบบปฎิบัตรการใดที่นิยมใช้ใน คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ กล้องวีดีโอ
ก.  ios
ข. windowsxp
ค. windows me
ง. linux

3. การติดตั้งระบบปฎิบัตรการเพื่อใช้งานควร พิจารณาข้อใด
  ก. ความทันสมัยของระบบปฎิบัตรการ
  ข.  ความจำเป็นต่อการใช้งาน
  ค.  ถูกทั้ง ก และ ค
  ง.ความพร้อมทางฮาร์ตแวร์ของเคื่องที่จะติดตั้ง

4. การติดตั้ง windowsใหม่นิยม but จากใด
  ก.flash drive
  ข.Hard disk
  ค.CD ROM
  ง. network

5. ติดตั้ง windows xpถ้าต้องการสร้างพาร์ติชันใหม่ ต้องกดแป้นใด
  ก. กดแป้น C
  ข. กด Shift
  ค. กดแป้น D
  ง. Enter

6. ถ้าต้องการ ลบพาร์ติชัน ในขั้นตอนการติดตั้ง windows xpควรกดแป้นใด
 ก. กดแป้น Delete
 ข. ไม่มีข้อถูก
 ค.กดแป้น D
 ง.กด ctri+D

7. ข้อใดไม่ใช่ชื่อของระบบปฏิบัติการ
 ก. UNIX
 ข. Lotus Note
 ค.MacOS
 ง.Windows

8. ติตตั้ง windowsที่ฮาร์ดดิสก์ไม่เคยแบ่ง partition ควรติดตั้งแบบใด?
 ก. set up
 ข.upload
 ค. upgrade
 ง.new install
9. windows xpที่มีโคงสร้างไพล์ที่มีความปลอดภัยคือแบบใด
 ก. FAT 16
 ข. FAT32
 ค. NTFS
 ง. EXT 3

10. การปรับแต่ง ใช้งานระบบภาษาไทย ให้เลือกรายการใด
ก. Regional and language options
ข.ไม่มีข้อถูก
ค. hardware profile
ง. control panel

11. ใน Windows xp สามารถกำหนดผู้ใช้งานได้หลายคน ตั้งค่าผูใช้โดยใช้รายการใด ?
 ก. chng user Account cettings
 ข.  my documents
 ค. User Account
 ง. ถูกทุกข้อ

12. driver มีประโยชน์อย่างไรต่อการทำงานของคอมพิวเตอร์
  ก. ส่งผลให้คอมพิวเตอร์เร็วขึ้น
  ข. วัดประสิทธิภาพในการทำงานของคอมพิวเตอร์
  ค. รักษาความปลอดภัยของข้อมูล
  ง. ควบคุมอุปกรณ์ชนิดนั้นๆและให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถติดต่อสื่อสารรวมถึงสั่งงานบางอย่างได้

13. การตรวจสอบความพร้อมของไดร์เวอร์ ใช้ปุ๋มใด
  ก. hardware profile
  ข. Device manger
  ค. Driver settings
  ง.ไม่มีข้อถูก

14. ข้อเสียของไดร์เวอร์แพกค์ คือข้อใด
  ก. ไม่สะดวกในการใช้งาน
  ข.  ถูกทุกข้อ
  ค. อาจใช้เวลาในการติดตั้งนาน
  ง. ไดร์เวอร์ไม่มีการอัพเดท

15. หากผู้ใช่งานถูกกำหนดสิทธฺ์เป็นแบบ limited จะทำอะไรไม่ได้
 ก. เปลียนภาพหน้าจอไม่ได้
 ข. ถูกทุกข้อ
 ค. ใช้งานโปรแกรมไม่ได้
 ง. ลงโปรแกรมไม่ได้


















หน่วยที่ 4 การตรวจสอบหลังการประกอบเครื่อง

สาระสำคัญ

          เมื่อประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องเรียบร้อยแล้วการตรวจสอบการทำงาน ของเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกัน ข้อผิดพลาดหรือความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น ให้ทำการตรวจสอบอุปกรณ์และทดลองเปิดเครื่องและสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น

เรื่องที่จะศึกษา

  • การตรวจสอบความเรียบร้อยทั่วไป
  • การตรวจสอบการทำงานของสวิตซ์เปิดปิดเครื่อง
  • การตรววจสอบดิสก์ไดร์ฟ ซีดีรอม และคีย์บอร์ด
  • ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและวิธีแก้ไข
  • ตรวจสอบสเปคเครื่องขณะที่ทำการบูต

จุดประสงค์การเรียนรู้

     1.  ตรวจสอบความเรียบร้อยหลังการประกอบเครื่องได้
     2.  ตรวจสอบการทำงานของสวิทซ์เปิดปิดเครื่องได้
     3.  ตรวจสอบการทำงานของดิสก์ไดร์ฟ ซีดีรอม และคีย์บอร์ดได้
     4.  ตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นและทำการแก้ไขได้
     5.  ตรวจสอบสเปคเครื่องขณะที่ทำการบูตได้


แก้ปัญหาหลังการประกอบเครื่อง
สำหรับมือใหม่ที่พึงหัดประกอบเครื่องครั้งแรก ซึ่งยังขาดความเชี่ยวชาญในการประกอบชิ้นส่วนต่างๆ เมื่อเปิดเครื่องครั้งแรกหลังจากประกอบเสร็จใหม่ๆก็คงจะตื่นเต้นไม่น้อย เพราะไม่รู้ว่าเครื่องจะทำงานได้หรือไม่ ถ้าทำงานได้ปกติก็ถือว่าสำเร็จ แต่ถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมาจะแก้ไขอย่างไร ???

ปกติแล้วเมื่อเครื่องมีปัญหาก็จะแสดงอาการแปลกๆให้เราทราบเช่นมีเสียงร้องออกมา หรือไม่ก็มีข้อความปรากฏที่หน้าจอ หรืออาจจะแสดงอาการที่เราสามารถตรวจซ่อมได้ เช่น เครื่องไม่ทำงาน พัดลมไม่หมุน เครื่องมองไม่เห็นฮาร์ดดิสก์ ฯลฯ ก็ไม่ต้องตกใจครับเพราะทุกอย่างแก้ไขได้ไม่ยาก เพียงแต่ต้องศึกษาและหาประสบการณ์กันสักนิด ก็จะรู้ ปัญหาคอมพิวเตอร์หลายๆอย่างแก้ไขได้ไม่ยาก แนะนำว่าเมื่อเครื่องมีปัญหา ก่อนอื่นให้สำรวจดูขั้นตอนการประกอบชิ้นส่วนต่างๆอีกครั้ง สายไฟ สายสัญญาณเสียบแน่นดีแล้วหรือไม่ ต่อถูกด้านหรือเปล่า

ตรวจสอบปุ่ม Power/RESET และการทำงานของหลอด LED
เมื่อกดปุ่ม Power เพื่อเปิดเครื่อง หลอดไฟ Power ที่หน้าเครื่องซึ่งมีสีเขียวจะต้องสว่าง จากนั้นให้ลองกดปุ่ม RESET เพื่อให้เครื่องเริ่มบู๊ตใหม่ แล้วก็ปล่อยให้เครื่องทำงานในกระบวนการต่อไป แล้วสังเกตดูว่าไฟฮาร์ดดิสก์ที่หน้าเครื่อง ซึ่งมีสีแดงจะต้องติดๆดับๆ เพื่อแสดงว่าฮาร์ดดิสก์มีการอ่านข้อมูล ถ้าเครื่องของคุณเป็นลักษณะนี้ก็แสดงว่าเสียบสายสัญญาณถูกต้อง ถ้าไม่ติดก็แสดงว่าเสียบสายสัญญาณผิด อาจเสียบสลับกัน เพราะฉะนั้นให้ลองเปิดคู่มือเมนบอร์ดแล้วตรวจดูตำแหน่งการเสียบสายอีกครั้ง
เช็คฮาร์ดแวร์ในกระบวนการ POST
การ POST เป็นกระบวนการตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ว่าปกติดีหรือไม่ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเปิดเครื่องครั้งแรก ดังนั้นเราจะต้องทำความรู้จักกันก่อนว่ากระบวนการนี้มีขั้นตอนอย่างไร ดังนี้

หน้าจอแรก ข้อมูลของการ์ดแสดงผล
ที่ห้าจอแรกนี้จะแสดงข้อมูลของการ์ดแสดงผลที่ใช้ในเครื่อง ได้แก่ ยี่ห้อ, รุ่นของชิป CPU, ชนิดของ Slot ติดตั้ง, ขนาดของแรมบนการ์ด, เวอร์ชันของ BIOS ที่ใช้บนการ์ด

หน้าจอที่สอง กระบวนการตรวจสอบเครื่อง
โดยเริ่มจากมีเสียงบี๊บดัง 1 ครั้งแสดงว่าเครื่องทำงานปกติ (แต่ถ้าได้ยินมากกว่า 1 ครั้งให้รีบปิดเครื่องทันที) จากนั้นเครื่องจะตรวจนับแรม รุ่นและความเร็วของซีพียู ต่อไปก็จะทำการตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ และซีดีรอมไดรว์ต่อไป

หน้าจอที่สามรายการฮาร์ดแวร์ที่ตรวจพบ
เมื่อคุณพบหน้าจอดังรูปให้กดปุ่ม <Break/Pause> เพื่อหยุดหน้าจอแล้วตรวจดูว่ามีอุปกรณ์ครบหรือไม่ เช่น รุ่นและความเร็วของ CPU ขนาดของหน่วยความจำ Cache ฟล๊อบปี้ดิสก์ไดรว์ รุ่นของฮาร์ดดิสก์และซีดีรอมไดรว์ เป็นต้น จากนั้นก็กดปุ่มใดก็ได้เพื่อให้เครื่องทำงานต่อ
หลังจากนั้นเครื่องก็บู๊ตเข้าสู่ระบบปฏิบัติการต่อไป ซึ่งถ้าเป็นเครื่องใหม่ที่ยังไม่ได้ลงระบบปฏิบัติการใดๆเลย เครื่องก็จะไม่ทำงานต่อและจะแจ้งข้อความดังนี้

DISK BOOT FAILURE, INSERT DISK SYSTEM PRESS ENTER

จากประสบการณ์  ข้อความที่ปรากฏหน้าจอดังกล่าว  เกิดขึ้นได้จากสาเหตหลายสาเหตุ เช่น  ยังไม่ต่อสายฮาร์ทดิสก์,ตายสายไม่ครบ,สายสัญญานอาจหลวมหรือไม่เข้าที่  และอีกสาเหตุที่เป็นไปได้คือฮาร์ทดิสก์เสียก็ได้

ดังนั้นให้คุณหาแผ่นบู๊ตหรือแผ่นซีดีรอมที่สามารถบู๊ตได้มาใส่ลงในไดรว์ (อย่าลืมกำหนดให้ BIOS บู๊ตจากไกรว์ A และไดรว์ CD-ROM เสียก่อน) เพื่อให้เครื่องบู๊ตจากแผ่นดิสก์หรือซีดีได้ จากนั้นก็ติดตั้งระบบปฏิบัติการที่ต้องการลงไปบนฮาร์ดดิสก์

เสียงเตือนจาก BIOS (Beep Code)
เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาครั้งแรกหลังจากที่ประกอบเครื่องเสร็จ ถ้าคุณได้ยินเสียงบี๊บมากกว่า 1 ครั้งให้คุณนับจำนวนและจังหวะของเสียงเอาไว้ แล้วรีบปิดเครื่องโดยทันที เพราะเสียงดังกล่าวคือเสียงที่เราเรียกว่า Beep Code เอาไว้เตือนเมื่อฮาร์ดแวร์ภายในเครื่องมีปัญหาเกิดขึ้น สิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือ เปิดคู่มือเมนบอร์ดดูว่าสัญญาณลักษณะนี้เกิดจากอะไร


BIOS Setpu Beep Code


เสียงบี๊บโค๊ด
ความหมาย
เสียงบี๊บสั้นๆ ครั้ง (Beep)
เครื่องทำงานปกติ
เสียงบี๊บยาวๆดังวนอยู่เรื่อยๆ (Beep...Beep...)
ติดตั้งแรมไม่แน่น หรือไม่ได้ติดตั้งแรม
เสียงบี๊บยาวๆ แล้วตามด้วยเสียงบี๊บสั้นๆ ครั้ง (Beep...Beep Beep Beep Beep)
เครื่องหาการ์ดแสดงผลไม่เจอ หรือแรมบนการ์ดแสดงผลเสีย
ได้ยินเสียงบี๊บความถี่สูง เมื่อระบบกำลังทำงาน
ซีพียูร้อนเกินขีดจำกัด ทำให้ระบบต้องรับที่ความถี่ต่ำลงมา

ไฟสัญญาณที่หน้าเครื่องดับสนิท

ถ้าทุกอย่างปกติ คือมีเสียงบี๊บ 1 ครั้งแต่ไฟ Power และไฟฮาร์ดดิสก์ไม่ติด ก็แสดงว่าต่อสายสัญญาณ LED สลับขั้วหรือเสียบผิดตำแหน่ง ก็เลยทำให้ไฟ LED ไม่ติด หรือไม่คุณก็อาจลืมเสียบสายสัญญาณก็ได้ ให้เปิดคู่มือเมนบอร์ดในหน้าที่แสดงดำแหน่งของการต่อสายสัญญาณต่างๆเพื่อเช็คดูว่าสายที่ต่ออยู่ผิดหรือไม่ หรืออาจจะลองสลับข้างสาย LED ดูเลยก็ได้เนื่องจากถ้าต่อสายผิดขั้วไฟหลอด LED จะไม่ติด

<< ปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่พบกันบ่อยๆและแนวทางการแก้ไขเบื้องต้น >>

รวบรวมปัญหาต่างๆที่พบได้บ่อยๆกับการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยได้พยายามรวบรวมปัญหาที่พบเห็นกันบ่อยๆ และนำมาสรุปให้เป็นแนวทางสำหรับการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น หวังว่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นๆได้บ้าง
1. ปัญหาของ Windows
- หลังจาก Setup Windows ใหม่ แล้วเกิดการค้าง ไม่ยอมทำการ Setup ต่อไป
เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่สิ่งหนึ่งที่พบบ่อยๆ คือการตั้งค่า Virus Warning ใน bios ไว้ ทำให้เครื่องไม่สามารถเขียนข้อมูลทับลงบนส่วนของ boot record ของฮาร์ดดิสก์ได้ ให้ลองแก้ใน bios ตั้งให้เป็น Disable ไว้ก่อน และหลังจากทำการ Setup Windows เสร็จแล้วค่อยตั้งเป็น Enable ใหม่

- หลังจาก Setup Windows จะขึ้นข้อความ Windows Protection Error

ที่พบบ่อยๆมากคือ ปัญหาของ RAM อาจจะเป็นเฉพาะช่วงที่ทำการ Setup Windows เท่านั้น (โดยที่ปกติก่อน Setup Windows จะใช้งานได้ ไม่เป็นอะไร) ให้ทดลองหา RAM มาเปลี่ยนใหม่ดู หรือหากเป็น SDRAM ให้ทดลองตั้งค่าใน bios ค่าของ CAS จากที่ตั้งเป็น 2 ลองตั้งเป็น 3 ดู อาจจะช่วยแก้ปัญหาได้บ้าง
2. ปัญหาของ ฮาร์ดแวร์

- RAM หายไปไหนเนี่ย ใส่เข้าไป 32 M. ทำไม Windows บอกว่ามี 28 M. เอง??
อาการของ RAM หายไปดื้อๆ จะเกิดกับการใช้เมนบอร์ดรุ่นที่มี VGA on board นะครับ ที่จริงก็ไม่ได้หายไปไหนหรอก เพียงแต่ส่วนหนึ่งของ RAM จะถูกนำไปใช้กับ VGA ครับ และขนาดที่จะโดนนำไปใช้ก็อาจจะเป็น 2M, 4M หรือ 8M ก็ได้ขึ้นอยู่กับการตั้งใน BIOS ครับ 

- ใช้เครื่องได้สักพัก มักจะแฮงค์ พอปิดเครื่องสักครู่แล้วเปิดใหม่ ก็ใช้งานต่อได้อีกสักพักแล้วก็แฮงค์อีก 
อาจจะเกิดจากความร้อนสูงเกินไป อย่างแรกให้ตรวจสอบพัดลมต่างๆว่าทำงานปกติดีหรือเปล่า หากเครื่องทำ Over Clock อยู่ด้วยก็ทดลองลดความเร็วลงมา ใช้แบบงานปกติดูก่อนว่ายังเป็นปัญหาอยู่อีกหรือเปล่า ถ้าใน bios มีระบบดูความร้อนของ CPU หรือ Main Board อยู่ด้วยให้สังเกตค่าของ อุณหภูมิ ว่าสูงเกินไปหรือเปล่า ทั้งนี้อาจจะทำการเพิ่มการติดตั้งหรือเปลี่ยนพัดลมของ CPU ช่วยด้วยก็ดี 

- มีข้อความ BIOS ROM CHECK SUM ERROR ตอนเปิดเครื่อง 
อาการนี้ส่วนใหญ่เกิดจากถ่านของ BIOS หมดหรือเกิดการหลวมครับ ให้ลองขยับถ่านให้แน่นๆดูก่อน ถ้าไม่หายก็ต้องลองเปลี่ยนถ่านบนเมนบอร์ดดู (ก่อนเปลี่ยนถ้ามี Meter วัดไฟดูก่อนก็ดี) หลังจากเปลี่ยนแล้วให้ทำการ Clear BIOS Jumper ก่อนด้วย จะเป็น Jumper ใกล้ๆกับ IC BIOS นั่นแหละ ทำการ Jump ค้างไว้สัก 5 วินาทีแล้วก็ Jump กลับที่เดิมก่อน หลังจากนั้นต้องเข้าไปตั้งค่าต่าง ๆ ของ BIOS ใหม่ด้วย 

- ลืม Password ของ BIOS จะทำยังไงดี 
ให้ทำการถอดถ่านของ BIOS ออกสักครู่ แล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ ทำการ Clear Jumper BIOS ก่อนด้วย หรือลองดูวิธีการ Clear/Reset Password ของ BIOS 

- ซื้อฮาร์ดดิสก์มาขนาดใหญ่ๆ แต่หลังจากทำการ Format แล้วเครื่องมองเห็นแค่ 2G 
อย่างแรกให้ดูก่อนเลยว่า ใช้ระบบ FAT16 หรือ FAT32 ถ้าหากเป็น FAT16 จะมองเห็นได้สูงสุดแค่ 2G ต่อ 1 Partition เท่านั้น ต้องใช้แบบ FAT32 ครับ 
วิธีการคือใช้ FDISK ของแผ่น Startup Disk WIN98 มาทำ FDISK (ถ้าเป็น FDISK จาก DOS หรือ WIN95 จะเป็นแบบ FAT16) 

- ไม่สามารถใช้งานฮาร์ดดิสก์ได้มากกว่า 8G. สำหรับเมนบอร์ดรุ่นเก่าๆ
เกิดจากที่ BIOS ไม่สามารถรู้จักกับฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดใหญ่ๆได้ จะเป็นกับเมนบอร์ดรุ่นเก่าๆ ที่เคยพบมาอีกแบบคือ Windows มองเห็นเกิน 8G แต่ไม่สามารถใช้งานได้ จะบอกว่าฮาร์ดดิสก์ของเราเต็ม
วิธีแก้ไขอย่างแรกคือ ให้ลองทำการ Update BIOS เป็น Version ใหม่ดูก่อน (ถ้าหาได้) หรือไม่ก็หา Download โปรแกรมสำหรับจัดการพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ จากเวปไซต์ของผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ยี่ห้อนั้นๆ หรืออาจจะใช้วิธีการแบ่ง Partition ให้มีขนาดใหญ่ไม่เกิน 8G ต่อ 1 Partition ก็อาจจะช่วยได้

3. ปัญหาของ ซอฟต์แวร์
- หลังจากลงโปรแกรมป้องกันไวรัส McAfee 4.0.3 แล้วไม่สามารถบูทเข้า Windows ได้
เท่าที่พบจะเกิดกับบางเครื่องเท่านั้น ปัญหาเกิดจากหลังจากที่เราติดตั้ง McAfee ลงไปแล้ว เครื่องจะทำการ Scan ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์โดยใส่เป็น Batch File ไว้ในไฟล์ autoexec.bat ซึ่งบางครั้งจะเป็นปัญหาทำให้ค้าง ไม่ยอมเข้า Windows ต่อไป
วิธีแก้ไขคือ ให้เปิดเครื่องเข้าใน MS-DOS Mode โดยกดปุ่ม F8 ค้างไว้ขณะเปิดเครื่อง จะเข้ามาที่เมนู Microsoft Windows 98 Startup Menu
เลือกข้อ 6. sefe mode command prompt only แล้วใช้คำสั่ง "edit autoexec.bat" เพื่อแก้ไขไฟล์โดยให้ลบบรรทัดที่มีคำสั่ง scan.exe ออกครับ ทำการ save file แล้วทดลองบูทเครื่องใหม่อีกครั้ง

- พิมพ์หน้า Web Page ออกเครื่องพิมพ์แบบ Ink Jet เป็นภาษาไทยไม่ได้ จะมีแต่ภาษาอังกฤษ
ส่วนใหญ่ปัญหานี้จะเกิดกับการใช้เครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ทรุ่นใหม่ๆ
วิธีแก้ไขคือ ให้ลองหา Download Driver รุ่นใหม่ๆของเครื่องพิมพ์จาก Web Site ของเครื่องพิมพ์นั้นๆ เพราะบางครั้งอาจจะมีการแก้ไขปัญหานี้แล้ว หรือไม่ก็ใช้วิธีเข้าไปตั้งค่า Regional Settings ที่ Control Panel เป็น English (USA) ก่อน เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็เปลี่ยนกลับมาเป็น Thai เหมือนเดิม การตั้งค่าก็ทำโดยกดที่ Start เมนู >> Settings >> Control Panel เลือกที่ Regional Settings เปลี่ยนเป็น English (USA)

- สั่ง Defrag Hard Disk แล้วไม่ยอมเสร็จ จะกลับมาเริ่มต้นใหม่ วนแบบนี้อยู่เรื่อยๆ
สาเหตุเกิดจากมีโปรแกรมบางตัวทำงานอยู่ในเวลานั้นด้วย และสั่งเขียนข้อมูลลงบนฮาร์ดดิสก์ เช่น Screen Saver, Winamp หรือพวก Anti Virus บางตัว ให้ทำการปิดโปรแกรมเหล่านี้ให้หมดก่อน หรืออาจจะใช้วิธีเข้า Windows ใน Self Mode (กด F8 ตอนเปิดเครื่องแล้วเลือก Self Mode)


4. Eror massage
- 8042 GATE-A20 ERROR
เป็นปัญหาที่ชิพควบคุมการทำงานของคีย์บอร์ด ซึ่งเรียกว่า 8042 Keyboard Controller ให้คุณลองเปลี่ยนคีย์บอร์ดตัวใหม่ดูก่อน ถ้ายังไม่หาย แสดงว่าเป็นปัญหาที่ตัวชิพ 8042 บนเมนบอร์ด ถ้าเป็นอย่างนั้นคงต้องเปลี่ยนชิพ 8042 หรือเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

- 8087 NMI XXXX.XXXX.TYPE(S)HUT OFF NMI,(R)EBOOT,OTHER KEYS TO CONTINUE
แสดงว่ามีปัญหาที่ Math Coprocessor ให้ลองใช้โปรแกรมทดสอบ Math Coprocessor ทดสอบดู ถ้าไม่ผ่านให้เปลี่ยน Math Coprocessor ซึ่งถ้าเป็นเมนบอร์ด 486 ก็คงสามารถทำได้ เพราะ Math Coprocessor จะแยกกับซีพียู แต่สำหรับเมนบอร์ดเพนเทียม Math Coprocessor จะรวมอยู่กับซีพียู

- ACCESS DENIED
ข้อความนี้จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเขียนไฟล์ที่เป็น Read-Only หรือเขียนไฟล์ที่อยู่ในแผ่นฟลอปปี้ดิสค์ที่ Write-Protect แต่ถ้าเป็นไฟล์ที่ Read-Only เอาไว้ หากเป็นบน DOS ก็ให้ใช้คำสั่ง Attrib ของ DOS ในการยกเลิก Read-Only หากเป็นบน Windows 95 ก็ให้คลิกเม้าส์ขวาที่ไฟล์นั้น แล้วเลือก Properties คลิกเอาเครื่องหมายถูกออกจากช่อง Read-Only

- ALLOCATION ERROR,SIZE ADJUSTED
ข้อความผิดพลาดนี้เกิดจากการใช้คำสั่ง CHKDSK ซึ่งแสดงว่าขนาดของไฟล์ที่เป็นขนาดทางฟิสิคัล กับขนาดที่ได้กำหนดขึ้น (Allocate) ไม่ตรงกัน คุณควรจะแบ๊คอัพข้อมูลเก็บไว้ก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้น

- ATTEMPTED WRITE-PROTECT VIOLATION
ข้อความนี้จะเกิดจากการฟอร์แมตแผ่นฟลอปปี้ดิสค์ที่ได้ Write-Protect เอาไว้ ถ้าคุณต้องการฟอร์แมตแผ่นจริงๆ ก็ให้ยกเลิก Write-Protect บนแผ่น

- BAD DMA PORT=XX
แสดงว่าชิพ DMA Controler บนเมนบอร์ดมีปัญหา คือไม่สามารถผ่านขั้นตอน Post ขณะเปิดเครื่องได้ วิธีแก้ไขคือให้เปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่เลย


- BAD OR MISSING COMMAND INTERPRETER
แสดงว่าแผ่นฟลอปปี้ดิสค์ที่ใช้บูต หรือฮาร์ดดิสค์ที่เป็นตัวบูตไม่มีไฟล์ Command.com อยู่ ให้คุณหาแผ่นฟลอปปี้ดิสค์ที่มีไฟล์ระบบของ DOS อยู่มาบูตแทน ถ้าเป็นฮาร์ดดิสค์ที่ไม่มีไฟล์นี้อยู่ ก็ให้บูตจากแผ่นฟลอปปี้ดิสค์ก่อน แล้วก๊อปปี้ไฟล์นี้เข้าไปไว้ในรูตของฮาร์ดดิสค์ที่ใช้บูต ข้อสำคัญคือ ระบบปฏิบัติการที่ใช้ฮาร์ดดิสค์ต้องเป็นตัวเดียวกัน และเวอร์ชั่นเดียวกันกับที่บูตจากแผ่นฟลอปปี้ดิสค์

- BAD PARTITION TABLE
ถ้าพบข้อความนี้ให้ลองแบ่งพาร์ติชั่นด้วยคำสั่ง FDISK ใหม่ ถ้ายังไม่หายอีก อาจจะเป็นไปได้ว่าเกิดจากไวรัสที่เข้าไปทำลายตารางพาร์ติชั่น ให้ใช้โปรแกรม Anti-Virus ลองสแกนฮาร์ดดิสค์ดู ถ้าไม่พบไวรัสก็คงต้องใช้เป็นวิธีสุดท้ายแล้วเท่านั้น เพราะการฟอร์แมตแบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าใดนักสำหรับฮาร์ดดิสค์

- C:DRIVE ERROR
ปัญหานี้เกิดจากการเซต Type ใน CMOS Setup ไม่ตรงกับฮาร์ดดิสค์ที่ใช้อยู่ ไม่ได้เป็นเพราะฮาร์ดดิสค์เสียแต่อย่างใด ทำให้ CMOS ไม่สามารถกำหนดค่าของฮาร์ดดิสค์ไดรฟ์ C ได้ ให้คุณเข้าไปยัง CMOS Setup

- C:DRIVE FAILURE
ข้อความนี้แสดงว่าฮาร์ดดิสค์ไม่มีการทำงาน เป็นปัญหาที่ตัวฮาร์ดดิสค์โดยตรง ทำให้ไบออสไม่สามารถติดต่อกับฮาร์ดดิสค์ได้ อันดับแรกให้ลองตรวจสอบดูก่อนว่ามีเพาเวอร์เข้าไปยังฮาร์ดดิสค์หรือไม่ โดยดูว่าปลั๊กเพาเวอร์เสียบเข้ากับฮาร์ดดิสค์อย่างแน่นหนาหรือไม่ สายเคเบิลใช้งานได้หรือไม่ สายเคเบิลต่อกับฮาร์ดดิสค์ถูกต้องหรือไม่ ถ้าทำตามข้อต่างๆข้างต้นแล้วยังไม่ดีขึ้น ให้ลองฟอร์แมตแบบ Low Level ดู ถ้ายังไม่หายอีกคราวนี้ก็ต้องเปลี่ยนฮาร์ดดิสค์ใหม่

- CHCHE MEMORY BAD, DO NOT ENABLE CACHE
แคชบนเมนบอร์ดไม่ทำงาน ให้เปลี่ยนแคชใหม่

- CH-2 TIMER ERROR
ชิพ Timer บนเมนบอร์ดไม่ทำงาน ให้เปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

- CMOS BATTERY STATE LOW
แสดงว่าแบตเตอรี่ที่ใช้แบ็คอัพ CMOS RAM มีกำลังไฟอ่อนลง ให้เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่

- CMOS CHECKSUM FAILURE
ตามปกติแล้วหลังจากที่มีการเซฟค่า CMOS RAM ที่ได้กำหนดไว้ ก็จะมีการสร้างค่า Checksum ขึ้นมา ซึ่งถ้าค่าเดิมกับค่าปัจจุบัน มีค่าแตกต่างกันก็จะมีการแจ้งข้อผิดพลาดข้างต้น วิธีแก้ไขคือให้เซตอัพไบออสใหม่ ถ้ายังไม่หายอีกก็แสดงว่าอาจเป็นปัญหาที่ชิพ CMOS ซึ่งอยู่บนเมนบอร์ด ให้เปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

- CMOS DISPLAY TYPE MISMATCH
ค่าที่กำหนดชนิดของการ์ดแสดงผลในไบออสไม่ตรงกับชนิดของการ์ดแสดงผลที่ใช้อยู่ ซึ่งเป็นไปได้ว่า CMOS Setup กำหนดเป็น Mono แต่การ์ดแสดงผลที่ใช้อยู่เป็นแบบ VGA

- CMOS PORT DOES NOT EXIST
แสดงว่าพอร์ตอนุกรมมีปัญหา ให้ลองใช้โปรแกรมทดสอบว่าสามารถพบพอร์ดอนุกรมหรือไม่ ถ้าหาไม่พบ และไม่สามารถแก้ไขได้จริงๆ ให้ดูบนเมนบอร์ดว่ามีจัมเปอร์ที่ใช้สำหรับยกเลิกพอร์ตอนุกรมหรือไม่ ถ้ามี ให้จัมป์เพื่อยกเลิก แล้วในการ์ด I/O แทน

- DISK BAD
แสดงว่ามีปัญหาที่ฮาร์ดดิสค์ให้ตรวจอสอบว่าสายเคเบิลใช้ได้หรือไม่ และต่อเอาไว้เรียบร้อยหรือไม่ ให้ลองฟังเสียงและดูว่าแพล็ตเตอร์ของฮาร์ดดิสค์หมุนหรือไม่ ถ้าฮาร์ดดิสค์ไม่มีเสียงหมุน ให้ถอดปลั๊กเพาเวอร์ซัพพลายที่ต่อกับฮาร์ดดิสค์ออกแล้วเสียบเข้าไปใหม่ แต่ถ้ายังไม่ทำงานอีก โดยดูให้แน่ใจด้วยว่าเพาเวอร์ซัพพลายสามารถทำงานได้ปกติ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นก็คงต้องส่งซ่อม

- DISK CONFIGURATION ERROR
สาเหตุจากการนำเอาฮาร์ดดิสค์รุ่นใหม่ๆมาใช้กับคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า โดยไบออสไม่สามารถรู้จักฮาร์ดดิสค์ที่ต่อได้ แต่ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้โดยอัพเกรดไบออสให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่

- DISK DRIVE 0 SEEK FAILURE
ปัญหานี้เกิดจากการที่ไม่ได้ต่อฟลอปปี้ดิสค์ไดรฟ์เอาไว้ แต่ไปเซตใน CMOS Setup ให้มีการใช้ฟลอปปี้ดิสค์ไดรฟ์ ทำให้ไบออสไปมองหาไดรฟ์ที่ไม่ได้ต่ออยู่จริง ดังนั้นถ้าหากคุณไม่ได้ต่อฟลอปปี้ดิสค์ไดรฟ์ ก็ให้เข้าไปยกเลิกในไบออสด้วย

- DISK DRIVE RESET FAILED
เกิดจากคอนโทรลเลอร์ของดิสค์ไดรฟ์ไม่สามารถรีเซตการทำงานได้ ให้ลองปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่ ถ้ายังไม่หาย ให้เปลี่ยนคอนโทรลเลอร์ใหม่ ซึ่งถ้าเป็นเมนบอร์ดรุ่นใหม่คอนโทรลเลอร์จะอยู่บนเมนบอร์ด ก็เท่ากับต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

- DISK BOOT FAILURE
แสดงว่าแผ่นฟลอปปี้ดิสค์ที่ใช้บูตไม่มีไฟล์ระบบอยู่จึงไม่สามารถบูตได้ ให้สร้างไฟล์ระบบสำหรับบูตกับแผ่น

- DISK READ FAILURE
ถ้าเกิดปัญหานี้ให้ดูก่อนว่าสายเคเบิลต่อถูกต้องหรือไม่ และสายเพาเวอร์ต่อเรียบร้อยหรือไม่ ลองเปลี่ยนแผ่นฟลอปปี้ดิสค์ใหม่ ถ้ายังไม่หาย แสดงว่าฟลอปปี้ดิสค์ไดรฟ์เสีย ให้เปลี่ยนใหม่

- DMA ERROR
ปัญหาเกิดจากชิพ DMA ไม่ทำงาน ให้เปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

- DRIVE NOT READY
ปัญหานี้ถ้าเกิดกับฟลอปปี้ไดรฟ ก็ให้คุณตรวจสอบว่าสายเคเบิลไม่เสียหาย ดูว่าการต่อสายเคเบิลและสายเพาเวอร์เรียบร้อยดีหรือไม่ พินของฟลอปปี้ไดรฟ์ไม่หักงอ ถ้าสำรวจตามข้างต้นแล้วก็ยังไม่หาย ฟลอปปี้ดิสค์ไดรฟ์อาจมีปัญหาที่ตัวเซนเซอร์ข้างใน ทำให้ฟลอปปี้ดิสค์ไม่สามารถรับรู้ว่ามีแผ่นอยู่แล้ว ถึงแม้จะใส่แผ่นเข้าไปแล้ว

- FDD CONTROLLER FAILURE
เป็นปัญหาที่คอนโทรลเลอร์ควบคุมฟลอปปี้ไดรฟ์ หรืออาจเป็นปัญหาที่ฟลอปปี้ไดรฟ์ ให้ตรวจสอบสายต่างๆว่าต่อเรียบร้อยหรือไม่ ถ้าเป็นเมนบอร์ดรุ่นเก่าที่ใช้การ์ด I/O ให้ดูว่าการ์ดเสียบกับสล้อตแน่นหรือไม่ ถ้ายังไม่หายให้เปลี่ยนการ์ด แต่ถ้า I/O อยู่บนเมนบอร์ด ก็ต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

- FILE ALLOCATION TABLE BAD
FAT มีปัญหาให้ใช้โปรกแกรมซ่อมแซมดิสค์ตรวจสอบดู

- GATE A20 FAILURE
ไบออสไม่สามารถสวิตช์ให้ซีพียูทำงานที่ Protected Mode ได้ ซึ่งปัญหานี้อาจเกิดจากคีย์บอร์ดไม่ดีก็ได้ หรืออาจเกิดเนื่องจากสัญญาณที่ส่งออกมาจากชิพ 8042 ผิดพลาด ให้ลองเปลี่ยนคีย์บอร์ดใหม่ ถ้าเปลี่ยนแล้วยังไม่หาย แสดงว่าอาจเกิดปัญหาที่ชิพ ซึ่งก็ต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

- GENERAL FAILURE READING DRIVE X:
ถ้าเจอข้อความนี้ครั้งแรก ให้กดแป้น I เพื่อเลือก Ignore แล้วทดสอบดิสค์ด้วยโปรแกรมตรวจสอบดิสค์ ถ้ายังขึ้นข้อความอีกให้เลือก Abort โดยกดแป้น A แล้วตรวจสอบสายที่ต่ออยู่ ถ้าหากเป็นฟลอปปี้ไดรฟ์ ให้ลองเปลี่ยนแผ่นใหม่

- HARD DISK FAILURE
ให้ดู C:DRIVE FAILURE สาเหตุและวิธีแก้ไขจะเหมือนกัน

- INSUFFICIENT MEMORY
แสดงว่าโปรแกรมที่คุณเรียกขึ้นมาต้องการใช้แรมมากกว่าที่มีติดตั้งอยู่ในเครื่อง ให้คุณดูว่ามีโปรแกรมอื่นเปิดอยู่หรือไม่ ถ้ามีให้ปิดลงไปให้หมด และมีโปรแกรมใดถูกเรียกที่ Start Up หรือไม่ ถ้ามีก็ให้ปิดโปรแกรมเหล่านั้นลงไป แล้วลองดูใหม่ ถ้ายังไม่ดีขึ้น ก็ต้องติดตั้งแรมเพิ่ม หรือใช้โปรแกรมจัดการหน่วยความจำ

- INTERNAL CACHE TEST FAILED
ถ้าพบอาการเช่นนี้ให้ลองบูตเครื่องใหม่ก่อน แต่ถ้ายังเป็นอยู่ แสดงว่าแคชในซีพียูไม่ทำงานแล้ว คุณต้องเปลี่ยนซีพียูใหม่

- INTR1 ERROR
Interrupt Controller มีความเสียหาย ให้เปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

- KEYBOARD BAD
คีย์บอร์ดไม่ผ่านขั้นตอนของการ POST ให้ดูก่อนว่าคีย์บอร์ดต่ออยู่เรียบร้อยหรือไม่ ถ้ายังไม่หาย ให้เปลี่ยนคีย์บอร์ดใหม่

- KEYBOARD ERROR
ปัญหานี้อาจเกิดจากคีย์บอร์ดที่ใช้ไม่คอมแพตทิเบิลกับไบออส AMI ให้ลองเซตตรงส่วนของคีย์บอร์ดใน CMOS Setup เป็น Not Installed แล้วบูตเครื่องใหม่

- MEMORY ADDRESS LINE FAILURE AT XXX:XXX,...
เกิดปัญหาที่เส้นแอดเดรสของหน่วยความจำบนเมนบอร์ด ให้เปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

- MEMORY PARITY ERROR AT XXXX
แสดงว่าชิพที่อยู่บนแรมมีปัญหา ให้เปลี่ยนแรมใหม่

- NO BOOT DEVICE AVAILABLE
ถ้าไม่สามารถบูตทั้งฟลอปปี้ไดรฟ์และฮาร์ดดิสค์ ถ้าเป็นการบูตที่ฟลอปปี้ดิสไดรฟ์ ให้คุณดูก่อนว่าแผ่นที่ใส่เข้าไปมีไฟล์ระบบอยู่หรือไม่ และตรวจสอบว่าสายต่อดีหรือไม่ ถ้าไม่สามารถบูตที่ฮาร์ดดิสค์ได้ ให้ตรวจสอบว่าสายต่อีอยู่หรือไม่ ถ้ายังไม่ดีขึ้น ให้ใช้โปรแกรมตรวจสอบดิสค์ทำการทดลอง เป็นไปได้ว่าอาจเกิดความเสียหายที่ส่วนของการบูต หรือไม่ได้รับการ alignment

- NON-DOS DISK ERROR READING(WRITING) DRIVE X:
ข้อความนี้แสดงว่าคอมพิวเตอร์ไม่สามารถหาแทร็คสำหรับบูตบนแผ่นดิสค์พบ ให้ก๊อปปี้ไฟล์ระบบเข้าไปใหม่โดยใช้คำสั่ง Sys

- NO TIMER TICK INTERRUPT
ชิพ Timer ที่อยู่บนเมนบอร์ดไม่สามารถรับ Interrupt to ที่ Interrupt controller ส่งออกมา ต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

- POINTER DEVICE FAILURE
มีปัญหาเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการชี้ตำแหน่ง ให้ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ดังกล่าวต่ออยู่กับพอร์ต PS/2 ดีหรือไม่ ถ้ายังไม่หายให้เปลี่ยนอุปกรณ์ในการชี้ตำแหน่งใหม่

- PROCESSING CANNOT CONTINUE
ข้อผิดพลาดนี้เกิดจากการเรียกใช้งานโปรแกรมบน DOS โดยมีหน่วยความจำไม่เพียงพอ ให้เพิ่มแรมให้มากขึ้น

- RAM BAD
มีการผิดพลาดที่ชิพของแรม หรือมีปัญหาที่เมนบอร์ด

- REAL TIME CLOCK FAILURE
ปัญหาเกิดจากแบตเตอรี่ไฟไม่พอจ่ายให้กับชิพ Real Time Clock บนเมนบอร์ด ทำให้เวลาเดินไม่ตรง ให้เข้าไปที่ CMOS Setup แล้วเซตเวลาใหม่ ถ้ายังไม่หาย ให้ลองเปลี่ยนแบตเตอรี่ ถ้ายังไม่หายให้เปลี่ยนเพาเวอร์ซัพพลาย

- XX=SCANCODE, CHECK KEYBOARD
ข้อความนี้แสดงว่าคอมพิวเตอร์ได้รับสัญญาณที่ส่งมาจากคีย์บอร์ด โดยอาจจะเกิดจากขั้วต่อของคีย์บอร์ดต่อไม่แน่น มีการหักงอของขาสัญญาณ หรืออาจเกิดจากมีคีย์ใดคีย์หนึ่งเกิดการค้าง ให้แก้ไขไม่ให้คีย์บอร์ดค้าง หรือถ้าไม่ดีขึ้นก็ให้เปลี่ยนคีย์บอร์ดใหม่

- TRACK 0 BAD - DISK UNUSABLE

ถ้าปัญหานี้เกิดขึ้นกับฟลอปปี้ดิสค์ ก็เป็นไปได้ว่าเกิดจากการฟอร์แมตแผ่นฟลอปปี้ดิสค์ที่มีขนาดใหญ่ ในไดรฟ์ที่ความจุน้อย แต่ถ้าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับฮาร์ดดิสค์ คุณก็ต้องเปลี่ยนฮาร์ดดิสค์ใหม่


 แบบฝึกหัดหน่วยที่ 4


1. เสียงบิ๊บยาวๆ หลายครั้งอย่างต่อเนื่อง หมายความว่าอย่างไร ?
  ก. แหล่งจ่ายไฟหรือเมนบอร์ดมีปัญหา
  ข. แรมเสียบไม่แน่น หรือหน้าสัมผัสสกปรก
  ค. เครื่องทำงานปกติ POST ผ่าน
  ง. จำนวนอักษรและตัวเลข

2. ประโยชน์ของคอมฯมีกี่ประการ ?
  1
 2
 3
 4
3. เสียงบิ๊บสั้นๆ 1 ครั้ง/ (Beep) หมายความว่าอย่างไร ?
 ก. เครื่องทำงานผิดปกติ แรมหรือเมนบอร์ดอาจจะมีปัญหา
 ข. แหล่งจ่ายไฟหรือเมนบอร์ดมีปัญหา
 ค.จำนวนอักษรและตัวเลข
 ง. เครื่องทำงานปกติ POST ผ่าน
4. ข้อสังเกตลักษณะอาการเสียของคอมพิวเตอร์มีกี่จุด ?
  ก. 2
  ข. 3
  ค. 4
  ง. 5

 5. โปรแกรม Plug-in คืออะไร ?
  ก. ใช้ในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลพื้นฐานในคอมพิวเตอร์
  ข. โปรแกรมที่จะช่วยเพิ่มความสามารถของ web browser ให้มีมากขึ้น
  ค. เป็นการดาวโหลดโปรแกรมอย่างหนึ่ง
  ง.เป็นตัวช่วยให้เราสามารถหาศัพท์จากโปรแกรมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

6. สิ่งที่ต้องทำ เมื่อประกอบคอมเสร็จ คืออะไร
  ก. ทำความสะอาดพื้นที่
  ข.  เปิดเครื่องทดสอบการทำงาน
  ค. เก็บเครื่องมืออุปกรณ์
  ง.อุปกรณ์ทุกตัวว่าถูกต้องและแน่นหนา

7. การเปิดเครื่องทดสอบ เพื่อการตรวจสอบอะไร
  ก. ตรวจสอบการทำงานของ harddisk
  ข. ตรวจสอบการทำงานของสวิตช์เปิดปิดเครื่อง
  ค.ตรวจสอบการทำงานของเครื่อง
  ง.ตรวจสอบไฟสถานะ no-off เครื่อง

8. ถ้ามีเสียงบี๊บดัง 1 ครั้งแสดงว่าเครื่องอยู่ในสถานะใด
  ก. เสียบแรมไม่แน่น แรมหลวม
  ข.เครื่องทำงานปกติ
  ค.เครื่องทำงานผิดปกติ
  ง.เสียงเตื่อนเพราะมี CD ค้างอยู่ใน CD-Rom

9. เครื่องทำงานปกติ แต่ LED สถานะไม่ทำงาน ควรแก้ไขอย่างไร
  ก. เปลี่ยน LED ใหม่
 ข. ตรวจสอบสาย Power Suppy ให้แน่น
 ค. เปิดคู่มือเมนต์บอร์ดดูการต่อสาย LED
 ง. ถอดอุปกรณ์แล้วประกอบใหม่

10. จอภาพไม่มีสัญญาณภาพใดๆ ปรากฎ เกิดจากสาเหตุใด
  ก. การ์ดจอไม่แน่ หรือหลวม
  ข. ไม่ได้เสียบปลั๊กหรือปลั๊กไม่แน่น
  ค. ยังไม่ได้เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  ง. ไม่ได้ต่อสาย VGA

11. System Failed VGA Test มีความหมายอย่างไร
  ก. เครื่องยังไม่ได้ลง วินโดว์
  ข. ตรวจสอบการต่อสายจากแหล่งจ่ายไฟ
  ค.  ตรวจสอบการเสียบการ์ดจอหรือการ์ดจอเสีย
  ง. ไม่ได้ต่อสายการ์ดจอ

12. ไบออส ที่ติดตั้งอยู่ในคอมพิวเตอร์ปัจจุบันมี 3 ยี่ห้ออะไรบ้าง
 ก. ASUS,AMI,AWARD
 ข. PHOENIX,ASUS,AMI
 ค. AWARD,AMI,PHOENIX
 ง. aceer,ASUS,AWARD

13. กรณีดิสไดร์ฟ ถ้าไฟไม่ติดควรแก้ไขอย่างไร
  ก. ตรวจสอบปลั๊กไฟ
  ข. เสียบสายใหม่ หรืออาจไม่แน่นแล้ว reset
  ค. reset เครื่องใหม่
  ง. ถอดเสียบสาย power suppy ใหม่

14. ถ้าต้องการเช็คสเป็ค เครื่องควรทำเมื่อใด
  ก. ขณะบูตเครื่อง
 ข. ถูกทั้ง ก และ ค
 ค. ขณะใช้งาน
 ง. ขณะสแตนบายเครื่อง

15. CPU fan failed หมายความว่า
  ก. เสียบสายพัดลมของชีพียูผิดตำเหน่ง
 ข. ให้ทำการตรวจสอบพัดลมของชีพียู
 ค. ยังไม่ได้ติดตั้ง CPU ลงเมนต์บอร์ด
 ง. เครื่องจะเริ่มโหลดระบบปฎิบัตการ